ในยุคนี้การเป็นเจ้าของธุรกิจเป็นเรื่องที่ยาก และต้องพบเจอกับความท้าทายเป็นจำนวนมากที่ถาโถมเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสภาพเศรฐกิจที่ถดถอย คนเริ่มใช้จ่ายน้อยลงวัตถุดิบมีราคาแพงมากยิ่งขึ้น คู่แข่งในตลาดที่มีเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่มีหยุดและพร้อมที่จะแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดกับเราเสมอ

จากสภาวะที่มีทำให้เจ้าของธุรกิจเป็นจำนวนมากต้องพบเจอกับแรงกดดันที่กดดันให้มีความคิดว่า ธุรกิจจะไม่สามารถที่จะผิดพลาดได้ และความผิดพลาดก็สร้างความเครียดมหาศาลทำลายทั้งสุขภาพกายสุขภาพจิตของเจ้าของธุรกิจเอง

ในบทความนี้เราจะมาพูดถึง 3 แนวคิดปรัชญาที่จะช่วยให้คุณได้เปิดมุมมองใหม่ที่ไม่เพียงช่วยให้คุณหาทางออกได้ แต่ยังอาจช่วยให้สุขภาพใจดีขึ้น และรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นคง

ปรัชญาสโตอิก (Stoicism)

“We suffer more in imagination than in reality.” — Seneca

เราทุกข์จากจินตนาการมากกว่าความจริง

หนึ่งในหลักคิดสำคัญของปรัชญาสโตอิกคือ การยอมรับว่าเราควบคุมได้เฉพาะบางสิ่ง และควรปล่อยวางสิ่งที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

ในโลกธุรกิจ มีหลายปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก การเมือง สภาพอากาศ ภาษีนำเข้า–ส่งออก หรือแม้กระทั่งพฤติกรรมของลูกค้าในบางช่วงเวลา

  • เราไม่สามารถหยุดภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้
  • เราไม่สามารถเรียกร้องให้ฟ้าโปร่งในวันที่จะจัดงานอีเวนต์กลางแจ้ง
  • เราไม่สามารถเปลี่ยนใจลูกค้าทั้งตลาดในชั่วข้ามคืน

แต่สิ่งที่เราทำได้ คือ บริหารเงินสดให้ดี ปรับกลยุทธ์การขาย พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น สร้างเนื้อหาใหม่ ๆ ที่เข้าถึงผู้บริโภค และเรียนรู้จากความผิดพลาดเพื่อปรับตัวอย่างมีสติ ในปรัชญาสโตอิกไม่ได้สอนหรือบอกให้เรายอมแพ้แต่บอกให้เรา หยุดใช้พลังงานในเรื่องที่ไร้เหตุผล และหันมาใช้พลังงานในเรื่องที่เราสามารถทำได้จริง

ปรัชญาเซ็น (Zen)

“This too shall pass.”

สิ่งนี้… ก็จะผ่านไป

ปรัชญาเซ็นนั้นมีรากฐานจากแนวคิดพุทธศาสนา เน้นเรื่องความไม่แน่นอนและการปล่อยวาง และยอมรับต่อความเป็นจริงที่กำลังเผชิญอยู่ บางครั้งเราก็พบเจอเรื่องที่ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไขปัญหาได้แล้วอย่างเช่น การทำงานผิดพลาดจนเสียโอกาศหรือจังหวะบางอย่างไป

เซ็นไม่ได้บอกให้คุณยอมแพ้ต่อสิ่งนั้นแต่ให้ยอมรับต่อความผิดพลาดและโอกาศที่เสียไป หากลองคิดดูแล้ว ถ้าเรายังมัวแต่ให้อารมณ์จมดิ่งกับปัญหาไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมีแต่จะทำให้อารมณ์ของเราแย่ไปอีก แค่ยอมรับให้มันผ่านไปและเก็บไว้ซึ่งบางอย่างเพื่อเป็นบทเรียน

ในโลกธุรกิจมีบริษัทหนึ่งที่แสดงถึงความเป็นเซ็นได้อย่างเด่นชัดคือ Netflix ในช่วงยุคเปลี่ยนผ่านจาก DVD สู่สตรีมมิ่ง โดยบริษัท Netflix นั้นพลาดทั้งการ

  • แยกบริการ DVD กับ Streaming (เรียกชื่อว่า Qwikster)
  • ขึ้นราคากะทันหัน ทำให้ผู้ใช้ไม่พอใจ

ทำให้ผู้ใช้แห่ยกเลิกบัญชีหากเขาเลือกที่จะยอมแพ้คงไม่มีภาพยนต์ให้เราดูจนถึงทุกวันนี้แต่เขาเลือกที่จะปล่อยความผิดพลาดไว้เก็บแค่บทเรียนแล้วหันมาลงทุนใน Original Content ของตัวเองปรับเปลี่ยนตัวเองจาก แค่แพลตฟอร์ม สู่การเป็น “สตูดิโอผู้สร้าง” ที่มีสมาชิกกว่า 250 ล้านบัญชีทั่วโลก

ปรัชญาเอ็กซิซเตนเชียลลิสม์ (Existentialism)

“In the middle of difficulty lies opportunity.”

— Albert Einstein

ท่ามกลางความยากลำบาก มักมีโอกาศซ่อนอยู่

ในยุคที่ทุกอย่างดูง่ายดายกว่าที่เคย เราคุ้นชินกับการ “กดปุ่มแล้วทุกอย่างเกิดขึ้นทันที”

ไม่ว่าจะ:

  • ทำการบ้านด้วย ChatGPT
  • สั่งอาหารจากแอปแล้วรอที่บ้าน
  • ซื้อของออนไลน์แบบคลิกเดียวของก็ส่งถึงหน้าประตู

ความง่ายเหล่านี้ค่อย ๆ ทำให้เราหลีกเลี่ยงความยุ่งยากไม่กล้าทำอะไรที่ท้าทาย หรือออกจากสิ่งที่เรียกว่า comfort zone

แต่ในโลกของการทำธุรกิจ ไม่มีอะไร “ง่าย” จริงการจะสร้างสิ่งใหม่ หรือสร้างคุณค่า มักต้องผ่านความสับสน ความล้มเหลว และความไม่แน่นอนหัวใจของ ปรัชญา Existentialism คือ “เราเป็นคนให้ความหมายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา”

ไม่ว่ามันจะเป็นความสำเร็จ ความล้มเหลว หรือความยากลำบากสิ่งเหล่านั้นมีค่าหรือไม่ ขึ้นอยู่กับมุมมองที่เราเลือกการทำธุรกิจคือการยอมโยนตัวเองเข้าสู่ความไม่แน่นอน หากเรามองความผิดพลาดว่า “จุดจบ” เราก็จะหยุดแต่ถ้าเรามองว่า “มันคือก้าวหนึ่งของการเติบโต” เราจะเดินต่อไป

เหมือนกับ เจมส์ ไดสัน (James Dyson) เขาใช้เวลา 15 ปี ทดลองต้นแบบเครื่องดูดฝุ่นกว่า 5,126 ชิ้นหลายคนคงเลิกไปตั้งแต่ครั้งที่ 100 แต่เขาไม่ตีความความล้มเหลวว่า “มันไม่ได้ผล”เขามองว่ามันคือ “ข้อมูลสำหรับการก้าวต่อ”และสุดท้าย Dyson ก็กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์นวัตกรรมที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

เพราะเขาเลือก “ให้ความหมายกับความล้มเหลว” ว่ามันคือเส้นทางสู่ความสำเร็จ ไม่ใช่ทางตัน

สามารถเข้าไปดูบทความอื่นๆ ได้ที่: https://rdbi.co.th/blog/

ปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

เพจ: http://bit.ly/rdbipage
Facebook: https://www.facebook.com/RandDBI/
Line OA: @rdbi
Tel: 02-681-9700 อีเมล์: sales@rdbi.co.th🌟