
ในโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน OKR (Objectives and Key Results) ไม่ใช่แค่ระบบวัดผลการทำงาน แต่เป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยสร้าง ทิศทางร่วม ความชัดเจน และ วัฒนธรรมที่ขับเคลื่อนด้วยความหมาย มากกว่าตัวเลข
OKR คืออะไร
OKR คือ ระบบวัดผลการทำงานโดยประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก:
- Objective (เป้าหมายหลัก): ระบุสิ่งที่อยากบรรลุ ชัดเจน กระตุ้นแรงจูงใจ เช่น “ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า”
- Key Results (ผลลัพธ์หลัก): ตัวชี้วัดความสำเร็จที่วัดผลได้ เช่น “คะแนนความพึงพอใจลูกค้าเพิ่มจาก 75% เป็น 90%”
OKR ช่วยให้ทีมมองเห็นว่า “เป้าหมายใหญ่คืออะไร” และ “เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเข้าใกล้ความสำเร็จแค่ไหน”
ต่างจาก KPI อย่างไร
KPI มักเน้นแค่ผลลัพธ์เชิงปริมาณ เช่น ยอดขาย รายได้ แต่ OKR เน้น “คุณค่าที่อยู่เบื้องหลัง” เช่น:
- ไม่ใช่แค่ “เพิ่มยอดผู้ใช้งาน”
แต่คือ “สร้างผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าอยากแนะนำต่อ”
- ไม่ใช่แค่ “ลดค่าใช้จ่าย”
แต่คือ “ทำให้กระบวนการทำงานคล่องตัวและทีมมีเวลาคิดสร้างสรรค์มากขึ้น”
สร้างคุณค่าเหนือกำไร
OKR สนับสนุนการตั้งเป้าหมายที่ “ท้าทายแต่เป็นไปได้” (Stretch Goals) ซึ่งช่วยให้ทีม:
- กล้าคิดใหญ่
- กล้าทดลองสิ่งใหม่
- ไม่กลัวความล้มเหลว (เพราะ OKR ไม่ต้องบรรลุ 100% เสมอไป)
OKR ยังสร้าง ความโปร่งใส เพราะทุกคนในองค์กรสามารถเห็นเป้าหมายของกันและกัน เชื่อมโยงผลงานของตนเข้ากับภาพรวมขององค์กรได้อย่างมีความหมาย
เมื่อ OKR ขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กร
เมื่อใช้ OKR อย่างต่อเนื่องและจริงจัง:
- พนักงานจะรู้ว่า “งานของฉันมีผลต่อเป้าหมายใหญ่ยังไง”
- ทีมทำงานร่วมกันได้ดีขึ้น เพราะมองเห็น “เป้าหมายเดียวกัน”
- องค์กรเติบโตทั้งด้านผลประกอบการและวัฒนธรรม
สรุป: OKR คือกรอบคิดที่สร้างทั้งผลลัพธ์และความหมาย
OKR ไม่ได้สร้างแค่ “กำไร” แต่ช่วยสร้าง “เป้าหมายที่มีความหมาย”
เป็นระบบที่พาธุรกิจให้เติบโตอย่างมีทิศทาง ยั่งยืน และเน้นคุณค่าของ “คน” ไปพร้อมกับผลลัพธ์
สามารถเข้าไปดูบทความอื่นๆ ได้ที่: https://rdbi.co.th/blog/
ปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
เพจ: http://bit.ly/rdbipage
Facebook: https://www.facebook.com/RandDBI/
Line OA: @rdbi
Tel: 02-681-9700
อีเมล์: sales@rdbi.co.th🌟
