Blogs

You are here:
🗝️กุญแจสู่ความสำเร็จในยุค Disruption💥

👉🏻ในยุคดิจิทัลที่ข้อมูลจำนวนมากถูกสร้างขึ้นทุกวินาที การทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้กลายเป็นความท้าทายที่สำคัญสำหรับทุกองค์กร Business Analytics/Big Data Analytics ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในกระบวนการตรวจสอบและแปลงข้อมูลดิบให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึก ที่ช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจที่รอบด้านและมีประสิทธิภาพมากขึ้น Business Analytics/Big Data Analytics เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลมหาศาลที่มีอยู่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนี้ 📍ช่วยในการตัดสินใจทางธุรกิจข้อมูลเชิงลึกที่ได้จาก Business Analytics/Big Data Analytics จะช่วยให้ผู้บริหารมองเห็นแนวโน้ม โอกาส และความเสี่ยงต่าง ๆ ทำให้สามารถตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลจริงแทนการใช้สัญชาตญาณหรือประสบการณ์เพียงอย่างเดียว 📍เพิ่มความเข้าใจลูกค้าการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าจากหลายช่องทาง ทั้งข้อมูลการซื้อ พฤติกรรมการใช้งาน Social Media ทำให้เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถพัฒนาสินค้าและบริการให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้นด้วย 📍ปรับปรุงกระบวนการทำงานการนำ Business Analytics/Big Data Analytics มาใช้ในการวิเคราะห์กระบวนการทำงานหรือขั้นตอนการผลิต จะช่วยให้สามารถลดความสูญเปล่า และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม 📍สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันการใช้ Business Analytics/Big Data Analytics ในการวิเคราะห์ตลาด คู่แข่ง และแนวโน้มอุตสาหกรรม จะช่วยให้องค์กรสามารถเห็นโอกาสใหม่ ๆ วางกลยุทธ์เชิงรุก ปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งได้ 📍ลดความเสี่ยงและป้องกันการฉ้อโกง (Risk &…

💥3 ปัญหาหลัก ในการทำข้อมูลที่องค์กรต้องเจอ❗️

📍ปัญหาในองค์กรที่ไม่สามารถนำข้อมูลที่มีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ แต่จะทำอย่างไรนั้น เราควรเริ่มมองจากปัญหาที่เกิดขึ้นกันก่อน ซึ่งมี 3 ปัญหาหลัก ที่เป็นอุปสรรคในการทำข้อมูลที่องค์กรต้องเจอ ดังนี้ 💡1.ปัญหาความยุ่งยากในการรวบรวมข้อมูลจำนวนมากจากหลายแหล่ง➡️ ข้อมูลภายในองค์กรเป็นข้อมูลที่มีการเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากระบบการขาย POS หรือหน้าร้าน ระบบออนไลน์ของแต่ละช่องทางการขาย ระบบ ERP ระบบคลังสินค้า และไฟล์ต่างๆ รวมถึงข้อมูลของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น เมื่อบุคลากรในองค์กร มีความต้องการที่จะใช้ข้อมูล อาจไม่ชำนาญ และต้องฝึกฝนทักษะในการจัดการกับข้อมูล บางครั้งระบบ ERP ก็อาจจะไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลแบบ Insight ได้ 💡2.ปัญหาความซับซ้อนของการจัดการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล➡️ เมื่อองค์กรต้องการรวบรวม จัดการ วิเคราะห์ ประมวลผล นำข้อมูลไปใช้นั้นจะต้องผ่านขั้นตอนที่ซับซ้อน โดยแต่ละขั้นตอนก็มีการใช้เครื่องมือในการจัดการที่ต่างกัน บวกกับต้องอาศัยบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านเข้ามาช่วย ซึ่งทั้งหมดนี้ ก่อให้เกิดปัญหาความซับซ้อนของการจัดการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูล และการพัฒนาระบบรายงานผลแสดง Dashboard ข้อมูลอัตโนมัติได้สำเร็จนั้น ต้องใช้เวลามากถึง 8 เดือน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถขององค์กรในการแข่งขันทางธุรกิจ 💡3.ค่าใช้จ่ายที่สูงในการบริหารจัดการข้อมูลจำนวนมาก➡️ การจ้างบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญต้องใช้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และด้วยทักษะที่ต้องมีหลากหลายทักษะ ทำให้มีบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้จริงๆ มีจำนวนน้อย เมื่อเทียบกับความต้องการของตลาดแรงงาน อีกทั้ง ขั้นตอนการจัดการข้อมูลที่ซับซ้อน ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายต่างๆ เพิ่มมากขึ้น…

📍ความสำคัญของข้อมูลกับการบริหารจัดการธุรกิจ💼

💡ในปัจจุบันไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็คงได้ยินคำว่า “Data” หรือ “ข้อมูล” ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องหาข้อมูล รวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ข้อมูล จนกลายเป็นว่า ไม่ว่าคุณจะทำงานตำแหน่งอะไร แม้แต่ผู้จัดการการขาย ผู้จัดการคลังสินค้า ก็ต้องวิเคราะห์ข้อมูลเป็น จัดทำรายงานเพื่อนำเสนอข้อมูลให้กับผู้บริหาร 💡ข้อมูลการขาย ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการขายสินค้าแยกตามช่องทางต่าง ๆ ถ้าเรานำมาวิเคราะห์ หาข้อมูลเชิงลึก จะช่วยให้เรารู้ได้ว่า เราควรจะโฟกัสขายอะไร ขายให้ลูกค้ากลุ่มไหน สินค้าไหนที่ขายดี ขายไม่ได้ ช่องทางไหนที่ขายดี คลังสินค้า หรือจุดขายไหนสินค้าขาด สินค้าไม่พอขาย จุดขายไหนที่ขายสินค้าตัวไหนไม่ได้ ช่วยให้บริหารจัดการการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ อย่างเช่น บริษัทผู้แทนจำหน่ายสินค้าของเล่น ของที่ระลึก ในร้านค้าเฉพาะมีขายตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ได้มีการใช้บริการระบบรายงานการขาย รายงานคลังสินค้า ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท R&D BI จากก่อนหน้า ทางบริษัทได้มีการใช้ข้อมูลจากระบบ ERP แต่ต้องเสียเวลาจัดทำรายงานใน Excel บ่อยๆ และเสียเวลานาน 1-2 วันอย่างน้อย เพื่อสรุปข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และตรวจสอบข้อมูลตลอด…

👩🏻‍💻 5 ขั้นตอนในการนำข้อมูลไปใช้งาน📊

Step-1 การเก็บรวบรวมข้อมูล💡เราต้องรู้ว่า เราจะเก็บข้อมูลอะไรที่ใช้ประโยชน์กับธุรกิจของเรา ควรเก็บให้ตรงกับเป้าหมายของผู้ใช้งาน อย่างเช่น ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลการซื้อสินค้าของลูกค้า และสำหรับความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูลสำคัญมาก ควรมีมาตรการไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล รวมถึงกำหนดนโยบายการใช้งานให้เหมาะสมกับระดับของผู้ใช้ข้อมูล Step-2 บันทึกประมวลผล💡หลังจากได้ฐานข้อมูลมาแล้ว เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณค่าและมีประโยชน์สำหรับธุรกิจอย่างแท้จริง แน่นอนว่า หลายครั้ง ข้อมูลอาจจะยังไม่สามารถใช้ได้โดยตรง ต้องมีประมวลผลจัดระเบียบข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งาน การประมวลผลจึงเป็นวิธีการนำข้อมูล (Data) กลายสภาพเป็นสารสนเทศ (Information) ที่มีประสิทธิภาพและนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ Step-3 สร้างโมเดลสร้าง/รายงาน💡หลังจากประมวลผล ก็นำข้อมูลไปใช้งาน โดยสรุปผลให้ทางทีมต่างๆได้เห็นที่ถูกต้องและเป็นภาพเดียวกัน เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ประโยชน์ในการปรับปรุงการทำงานของฝ่ายนั้น ยิ่งมีการลงทุนในการพัฒนาด้านข้อมูลขององค์กร จะเป็นการลับคมให้องค์กรมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และทำให้ข้อมูลมีมูลค่าเพิ่ม ช่วยเพิ่มผลลัพธ์หรือปรับปรุงกระบวนการทำงานของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง Step-4 การวิเคราะห์💡การวิเคราะห์ แยกแยะข้อมูล เราสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ สรุป และนำเสนอ ผ่านโปรแกรม Microsoft Excel, Power BI โดยในโปรแกรมเราสามารถนำข้อมูลมาจัดทำเป็นสรุปที่เข้าใจง่าย และสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ว่าองค์กรมีปัญหาตรงไหน พัฒนาอะไรได้บ้าง Step-5 การนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์💡หลังจากองค์กรมีการบริหารจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ ให้สามารถเชื่อมต่อถึงกันและให้พนักงานทุกฝ่ายในองค์กรสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เท่าทันกับภาวการณ์แข่งขัน ค้นหาตัวแปรหลัก ส่งสัญญาณให้บริษัทสามารถผลิตสินค้าหรือบริการตอบโจทย์ผู้บริโภค อันจะนำมาซึ่งชัยชนะในการแข่งขันการตลาดและสร้างกำไรในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านการกำหนดกลยุทธ์ทางธุรกิจ การดำเนินธุรกิจของทุกฝ่ายในองค์กร…

📝กำหนดกลยุทธ์ยังไงให้ไปถึงเป้าหมาย🎯

รายงานที่มีตรงกับความต้องการหรือไม่ค่ะ ?มีปัญหาในการรอพนักงานจัดทำรายงานมาให้นานแค่ไหน ? การจะวิเคราะห์ข้อมูลได้ ต้องมีการเก็บ รวบรวม บันทึก ประมวลผล สร้างโมเดล สร้างรายงาน ซึ่งต้องรู้ว่าจะต้องเก็บอะไร ไปใช้ทำอะไร เพื่ออะไรหลังจากผู้บริหารเห็นข้อมูลแล้ว สามารถวิเคราะห์และตัดสินใจได้ใช่ไหมค่ะ หลังจากนั้น ผู้บริหารถึงจะไปกำหนดกลยุทธ์ภายใต้ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อเพิ่มยอดขาย 📈 เพิ่มกำไร 📈 ลดสต๊อกสินค้าสิ่งเหล่านี้คุณสูญเสียโอกาส และเพิ่มความเสี่ยงในการตัดสินใจมากแค่ไหน เสียทั้งเงิน เวลา แล้วได้ผลลัพธ์หรือไม่ ? R&D BI เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑี่ชื่อว่า✨“ระบบรายงานการขายอัจฉริยะ” และ “ระบบรายงานคลังสินค้าอัจฉริยะ”✨เพื่อช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้บริหาร เจ้าของธุรกิจ สามารถบริหารจัดการ การขาย คลังสินค้าได้ง่ายขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสเพิ่มรายได้ ลดต้นทุนให้กับธุรกิจ เพิ่มประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น ✅ระบบรายงานการขายอัจฉริยะ มีการทำงาน ดังนี้1.วิเคราะห์ ภาพรวมการขาย กำไรขาดทุน Top/Bottom ค่าเฉลี่ยยอดขายแต่ละสาขา2.วิเคราะห์ แนวโน้ม การเติบโตของสินค้า/แบรนด์ กลุ่มสินค้า ที่มีปัญหา ผลิตภัณฑ์ดาวรุ่งพุ่งแรง3.วิเคราะห์ พฤติกรรมลูกค้า กลุ่มลูกค้า ลูกค้าเก่า ใหม่ ยอดขายต่อบิล…

📌วางแผนและปรับปรุงธุรกิจได้อย่างแม่นยำและตรงเป้าหมาย ด้วยกราฟของ Power BI

Power BI เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้บริหารธุรกิจสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการขายได้อย่างละเอียดและง่ายดาย ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลจากระบบต่างๆ เช่น ระบบ CRM, ERP หรือฐานข้อมูลอื่นๆ ผู้ใช้สามารถสร้างรายงานและแดชบอร์ดที่ช่วยให้เห็นภาพรวมของยอดขายในช่วงเวลาต่างๆ สามารถวิเคราะห์ข้อมูล ค้นหา Insight ได้อย่างชัดเจน ✨ตัวอย่างกราฟการขาย 1.Heat Map 2.Waterfall Chart 3.KPI (Key Performance Indicator) 4.Scatter Char 5.Tree Map เพิ่มเติม : ลําดับชั้นแต่ละระดับจะแสดงด้วยสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีที่เรียกว่า “โหนดสาขา” แต่ละสาขามีสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็กที่เรียกว่า “โหนดใบ” Power BI ใช้ค่าหน่วยวัดเพื่อกําหนดขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าสําหรับสาขาและใบ 6.Decomposition Tree 7.Smart Narrative 8.Gauge Chart 9.DAX (Data Analysis Expressions) เพิ่มเติม : อีกทั้งในการเรียนรู้วิธีการสร้างสูตร DAX ที่มีประสิทธิภาพจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุดจากข้อมูลของคุณ เมื่อคุณได้รับข้อมูลที่คุณต้องการคุณสามารถเริ่มแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่แท้จริงที่ส่งผลกระทบต่อกําไรของคุณ แน่นอนว่า Power BI…