การเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจ ขายของออนไลน์ (Productivity Improvement of E-Commerce)

ช่วงนี้ธุรกิจขายของออนไลน์ e-commerce หลายแห่ง ยอดขายเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 10 เท่าจากเดิม หรือถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์อาจเติบโตเป็น 1000 % หรือมากกว่านั้นเลยก็เป็นได้ หากเรามีสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า เช่น หน้ากากอนามัย Face shield แอลกอฮอล์เจล ของแห้ง อาหารแห้ง รวมถึงสั่งอาหารออนไลน์ แบบส่งให้ถึงบ้าน เป็นต้น สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากมียอดขาย คืออะไรบ้าง สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม

ธุรกิจ/ร้านค้าไม่สามารถผลิตของได้ทันตามความต้องการของลูกค้า แม้ว่าจะเป็นสินค้าพรีออเดอร์ แต่ก็เกิดปัญหาได้เช่นกัน เพราะเรามีข้อตกลงว่าจะส่งของภายใน 7 วัน เป็นต้น

สิ่งที่องค์กร/ร้านค้าต้องกลับมาปรับปรุงแก้ไข คืออะไรบ้าง
1. กระบวนการผลิต ขั้นตอนไหนใช้เวลาเท่าไหร่ ต้องใช้คนกี่คน มีกี่ขั้นตอน จุดไหนเป็นคอขวดของกระบวนการผลิต แก้ไขจุดนั้นก่อน เช่น ใน 1 วันสามารถผลิตได้กี่ชิ้น จุดไหนเป็นคอขวดก็เพิ่มกำลังการผลิต ถ้าเพิ่มจุดที่ 3 (คอขวด) แล้วทำให้จุดอื่นๆ เป็นคอขวดตามมาก็ต้องแก้ไปทีละจุด เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพ ลดเวลารอคอย อย่าให้มีเวลารอคอย

2. องค์กร/ร้านค้าเลือกบริษัทขนส่งที่เป็นพันธมิตร โดยที่ไม่ทราบว่าเค้าบริหารจัดการได้ดีแค่ไหน รวมถึงควรมีหลายทางเลือกให้ลูกค้าได้เลือก เพราะลูกค้าที่ซื้อขายของออนไลน์ จะรู้ดีว่าบริษัทขนส่งแต่ละที่มีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน อย่ามีแค่เจ้าเดียวให้ลูกค้าเลือก ลองไปติดต่อ ไปพิจารณาดูรายละเอียดการใช้บริการของแต่ละบริษัทขนส่งดู บริษัทขนส่งในแต่ละพื้นที่ก็บริการแตกต่างขึ้น ขึ้นอยู่กับสาขา/ตัวแทนที่อยู่พื้นที่นั้นๆ ด้วยค่ะ บริษัทขนส่งก็เป็นอีกส่วน ที่ทำให้การขายของออนไลน์ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลวได้

3. การขายของออนไลน์ ต้องมีระบบให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าที่สั่ง ไม่ใช่สั่งของไปแล้วเงียบ ไม่รู้จะได้ของวันไหน แต่ถ้าในระบบระบุอยู่แล้วว่าจะได้ของวันไหน ลูกค้าก็จะรู้ทันที เช่น บางร้านขายของแบบพรีออเดอร์ แล้วระบุวันที่จัดส่งให้เลย ลูกค้าก็จะรู้ทันทีว่าจะได้ของวันที่………

การระบุระยะเวลาจัดส่ง ไม่ควรระบุช่วงเวลาที่กว้างเกินไป เพราะลูกค้ามักคาดหวังระยะเวลาที่สั้นกว่าที่ระบุเสมอ

4.ส่วนของทีม CRM ทีมบริหารงานขาย ต้องประชุมกันว่าจะต้องตอบคำถามลูกค้าแบบไหน ตอบในแนวทางเดียวกัน การกำหนด Server Level Agreement : SLA หรือข้อตกลงในการให้บริการ ก็เช่นกัน นับจากลูกค้าสั่งซื้อแล้วได้ของ หรือลูกค้าสั่งซื้อแล้วทำการจัดส่ง

องค์กรเรา/ร้านค้าเรา ควรกำหนดแบบไหน ถ้ายึดติดกับ SLA ของบริษัทขนส่ง เราจำเป็นต้องเอาไปผูกกันไหม หรือควรแยกกัน ตอนนี้มีเรื่องของพรก.ฉุกเฉินด้วย ควรแก้ไขปัญหาอย่างไรในการบริการจัดการการขนส่ง

บริษัทขนส่งรับผิดชอบ SLA การจัดส่งกับลูกค้า เรามีหน้าที่ให้เลข Tracking เพื่อให้ลูกค้าตามของที่สั่งได้ ลูกค้าที่ได้เลือกการขนส่งเอง มักรู้ดีว่าบริษัทเหล่านั้นเป็นอย่างไร   

พฤติกรรมลูกค้าที่ใช้บริการสั่งของออนไลน์ คือ ต้องการได้ของเร็ว แต่ไม่มีเวลาออกไปซื้อของ รับของเองเลยสั่งของออนไลน์ ยิ่งช่วงนี้เกิดวิกฤตขึ้นอีก ทำให้คนที่ไม่เคยใช้บริการก็มาใช้บริการมากยิ่งขึ้น หลายๆ องค์กรก็คงทราบแล้ว จากการปรับตัวมาทำธุรกิจออนไลน์มากขึ้น บางส่วนพบว่าการขายของออนไลน์มียอดขายเยอะกว่าขายของหน้าร้าน เพราะขยายฐานลูกค้าไปทั่วประเทศ ถ้าการขนส่งระหว่างประเทศ หรือระหว่างจังหวัดไม่มีปัญหา ยอดขายจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าทวีคูณ 

ถ้าองค์กร/ร้านค้าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในแต่ละเรื่องตามด้านบนได้ ลูกค้าย่อมกลับมาซื้อซ้ำและทำให้ลูกค้ามาติดตามเป็นลูกค้าประจำขององค์กร/ร้านค้าของเราได้แน่นอนค่ะ 

หัวข้อต่อไปจะมาพูดเรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในธุรกิจขนส่งสินค้านะคะ

รอติดตามอ่านได้เลยค่ะ

#R&D BI

#Productivity Improvement

#E-Commerce

#Productivity Improvement E-Commerce